ฟิล์มกรองแสงที่ติดตั้งถูกวิธีและดูแลถูกต้องใช้งานได้นานเกิน 10 ปี บทความนี้รวมสิ่งที่เจ้าของบ้านควรรู้ในช่วงหลังติดตั้ง และวิธีดูแลระยะยาว
ช่วงแรกหลังติดตั้ง
การติดฟิล์มใช้น้ำยาช่วยติด หลังติดเสร็จจะมีน้ำค้างอยู่ระหว่างฟิล์มกับกระจกเล็กน้อย ทำให้เห็นเป็นจุดฝ้าขุ่นหรือฟองน้ำเล็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ น้ำจะระเหยออกเองภายใน 7–30 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความหนาของฟิล์ม ฟิล์มหนา 4mil และช่วงฝนตกต้องใช้เวลานานกว่า
- ไม่เปิดหรือเลื่อนกระจกที่ติดฟิล์มขอบบานเป็นเวลา 3 วัน
- ไม่เช็ดหรือกดฟองน้ำด้วยตัวเอง ปล่อยให้แห้งเองจะได้ผิวเรียบที่สุด
- ไม่ทำความสะอาดฝั่งที่ติดฟิล์มในช่วง 30 วันแรก
ทำความสะอาดอย่างไรไม่ให้ฟิล์มเป็นรอย
- ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์นุ่มหรือฟองน้ำ ไม่ใช้แปรงหรือสก็อตไบรต์
- ใช้น้ำเปล่าผสมน้ำยาล้างจานเจือจาง หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือแอลกอฮอล์เข้มข้น
- ใช้ยางปาดน้ำปาดจากบนลงล่างเบาๆ แล้วเช็ดขอบให้แห้ง
- ระวังของมีคม เช่น แหวน หรือเทปกาวที่ติดลงบนฟิล์ม
อาการที่ควรแจ้งทีมงาน
ถ้าผ่านไปเกิน 30 วันแล้วยังเห็นฟองอากาศ ขอบฟิล์มยกตัว หรือฟิล์มลอกล่อน ให้ถ่ายรูปส่งทาง LINE @esthailand ทีมงานจะตรวจสอบตามเงื่อนไขการรับประกัน ซึ่งครอบคลุมความเสียหายจากเนื้อฟิล์ม เช่น ฟองอากาศ การลอกล่อน และการเปลี่ยนสี
เคล็ดลับให้ฟิล์มอยู่ได้นาน
หลีกเลี่ยงการติดสติกเกอร์หรือเทปกาวบนฟิล์ม ไม่ใช้ใบมีดขูดคราบบนผิวฟิล์ม และให้ช่างที่ชำนาญติดตั้งตั้งแต่แรก การติดตั้งที่สะอาดและเก็บขอบเรียบร้อยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่ออายุการใช้งานของฟิล์ม
คำถามที่พบบ่อย
หลังติดฟิล์มมีฝ้าขุ่น ผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ เป็นน้ำยาติดฟิล์มที่ยังระเหยไม่หมด จะหายไปเองภายใน 7–30 วัน
ล้างกระจกที่ติดฟิล์มได้เมื่อไร
ฝั่งที่ติดฟิล์มควรรอ 30 วันหลังติดตั้ง จากนั้นทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มและน้ำยาที่ไม่มีแอมโมเนีย
การรับประกันครอบคลุมอะไรบ้าง
ครอบคลุมความเสียหายจากเนื้อฟิล์ม เช่น ฟองอากาศ การลอกล่อน และการเปลี่ยนสี ระยะเวลารับประกัน 5–10 ปีตามชนิดฟิล์ม
อยากได้คำแนะนำสำหรับบ้านหรืออาคารของคุณ? ทีมงานดูหน้างานและประเมินราคาฟรี ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
